การติดตั้ง เครื่องเป่ามือ (Hand Dryer) ในห้องน้ำสาธารณะเป็นเรื่องที่เจ้าของอาคาร ผู้บริหารสถานที่ หรือผู้จัดการฝ่ายอาคารควรให้ความสำคัญ เพราะอุปกรณ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องความสะดวกสบาย แต่ยังเกี่ยวข้องกับ ประสิทธิภาพการใช้งาน สุขอนามัย ความปลอดภัย และต้นทุนระยะยาว อีกด้วย
ความเหมาะสมกับปริมาณการใช้งาน
ห้องน้ำสาธารณะ เช่น ในห้างสรรพสินค้า สนามบิน โรงภาพยนตร์ หรือสถานีขนส่ง มีผู้คนผ่านเข้าออกจำนวนมาก การเลือกเครื่องเป่ามือควรพิจารณาจาก
- ความเร็วในการเป่า เครื่องที่เป่าเร็ว (เช่น 10–15 วินาที) ช่วยลดคิวและการรวมตัวของผู้ใช้ ลดปัญหาคนรอคิวยาวในช่วงเวลาเร่งด่วน
- ความทนทานต่อการใช้งานหนัก เลือกรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับห้องน้ำสาธารณะหรือสถานที่สาธารณะที่มีการใช้งานต่อเนื่อง

ระบบทำงานแบบไม่ต้องสัมผัส (Touchless)
เครื่องเป่ามือที่มี เซ็นเซอร์อัตโนมัติ ช่วยลดการสัมผัสจุดเสี่ยงและปรับปรุงสุขอนามัย เพราะผู้ใช้ไม่ต้องจับปุ่มหรือสัมผัสเครื่องโดยตรง ซึ่งสำคัญมากในพื้นที่สาธารณะ

กรองอากาศและสุขอนามัย
หลายเครื่องเป่ามือรุ่นใหม่มี ฟิลเตอร์ HEPA ที่ช่วยกรองฝุ่นและแบคทีเรียก่อนเป่าออกมา ทำให้ลมที่ออกสะอาดและลดการกระจายของเชื้อโรคอย่างมีประสิทธิภาพ
ความเร็วในการเป่าและแรงลม
เครื่องเป่ามือแบบแรงลมสูง (Jet Hand Dryer): เป่ามือให้แห้งไว ลดเวลารอคอย เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีคนใช้เยอะ
เครื่องเป่ามือแบบอ่อนกว่า: เหมาะกับสถานที่ต้องการเสียงเงียบหรือไม่ต้องการลมที่แรงเกินไปในพื้นที่ภายในอาคาร
เสียง (Noise Level)
เสียงจากเครื่องเป่ามืออาจส่งผลต่อบรรยากาศของสถานที่ โดยเฉพาะในพื้นที่เงียบ เช่น ห้องน้ำของออฟฟิศ โรงพยาบาล หรือสำนักงาน ควรพิจารณารุ่นที่มีเสียงเงียบกว่า ซึ่งมักระบุเป็นเดซิเบล (dB) เพื่อเปรียบเทียบกันได้

วัสดุและความทนทาน
ห้องน้ำสาธารณะต้องการเครื่องที่ทำจากวัสดุแข็งแรงทนต่อการใช้งานหนัก เช่น สเตนเลส หรือ ABS แข็ง เพื่อป้องกันการเสียหายจากการใช้งานต่อเนื่อง และยังทำความสะอาดง่ายอีกด้วย
การประหยัดพลังงานและค่าใช้จ่ายระยะยาว
การเลือกเครื่องที่ ประหยัดพลังงาน และมีระบบจัดการพลังงานดี จะช่วยลดค่าไฟและค่าใช้จ่ายรวมทั้งในระยะยาว ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีใบรับรองประสิทธิภาพพลังงาน หรือมีโหมดประหยัดพลังงานด้วย
สรุปการเลือกเครื่องเป่ามือสำหรับห้องน้ำสาธารณะ
การเลือกเครื่องเป่ามือสำหรับห้องน้ำสาธารณะควรพิจารณาจากหลายปัจจัย ไม่ใช่แค่ราคา แต่ต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพ สุขอนามัย และต้นทุนระยะยาวเป็นหลัก เครื่องเป่ามือควรมี แรงลมและความเร็วในการเป่าที่เหมาะสม เพื่อรองรับผู้ใช้งานจำนวนมาก ลดเวลารอคิว โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน
ควรเลือกเครื่องที่มี ระบบเซ็นเซอร์อัตโนมัติแบบไม่ต้องสัมผัส เพื่อช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค และเพิ่มความสะอาดปลอดภัยในการใช้งาน หากเป็นไปได้ควรเลือกเครื่องที่มี ระบบกรองอากาศหรือแผ่นกรอง HEPA เพื่อให้ลมที่เป่าออกมาสะอาดมากยิ่งขึ้น
ความทนทานของวัสดุ เป็นอีกปัจจัยสำคัญ เครื่องเป่ามือสำหรับพื้นที่สาธารณะควรผลิตจากวัสดุแข็งแรง เช่น สเตนเลสหรือพลาสติก ABS คุณภาพสูง เพื่อรองรับการใช้งานต่อเนื่องและลดปัญหาชำรุดบ่อย นอกจากนี้ควรคำนึงถึง ระดับเสียงขณะใช้งาน ให้เหมาะสมกับลักษณะของสถานที่
สุดท้ายควรเลือกเครื่องเป่ามือที่ ประหยัดพลังงาน ช่วยลดค่าไฟในระยะยาว และมีมาตรฐานความปลอดภัยหรือมาตรฐานอาคารที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ใช้งานได้อย่างมั่นใจและคุ้มค่าที่สุด
เพียว เซิร์ฟ ที่เดียว ครบ จบ เรื่องสุขอนามัย เพราะเราเป็นทั้งเจ้าของแบรนด์ ผู้ผลิต นำเข้า และจัดจำหน่ายในแบรนด์ PURE SERV เทคโนโลยีอัตโนมัติคุณภาพสูง วัสดุมีความคงทน แข็งแรง ผลิตจากโรงงานที่ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากล ติดตั้งง่าย ใช้งานสะดวก จ่ายน้ำยาแม่นยำ เหมาะสำหรับการใช้งานในทุกพื้นที
PURE SERV ดูแล…ด้วยความจริงใจ
ติดต่อเราได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 097-9616945
หรือผ่านช่องทางไลน์ LINE : @pureserv https://lin.ee/ldAlMFf



